🕒 : เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.00 - 20.00 น.

Prejuvenation คืออะไร? | 22 Square Clinic

เคยสังเกตไหมคะ…ว่าทำไมคนอายุ 20 ต้นๆ ถึงเริ่มเข้าคลินิกกันแล้ว?

ช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา หมอมีคนไข้กลุ่มหนึ่งเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเลยค่ะ คือ กลุ่มอายุประมาณ 20–25 ปี หรือ Gen Z ต้นๆ ที่น่าสนใจคือคนไข้กลุ่มนี้ “ผิวยังดีอยู่เลย” ยังไม่มีริ้วรอยลึก ยังไม่หย่อนคล้อย แต่กลับเข้ามาปรึกษาหมอด้วยคำถามแบบนี้ค่ะ “อยากเริ่มดูแลก่อนหน้าจะพังค่ะ และ สิ่งนี้เรียกว่า Prejuvenation ค่ะ

Prejuvenation คืออะไร?

blog pr3

 

 

ถ้าให้หมอสรุปสั้นๆ เลยนะคะ

Prejuvenation = การป้องกันความแก่ ก่อนที่มันจะเกิดขึ้นค่ะ

ต่างจากแนวคิดเดิมที่เราคุ้นเคย เช่น

  • Anti-aging → แก้ตอนเริ่มมีปัญหา
  • Rejuvenation → ฟื้นฟูตอนมีปัญหาแล้ว

 

แต่ Prejuvenation คือ “ดูแลตั้งแต่ยังดี เพื่อไม่ให้แย่ลงเร็วค่ะ”

ทำไม Gen Z ถึงอินกับเรื่องนี้มาก?

1. Social media ทำให้เห็น “aging” เร็วขึ้น

เดี๋ยวนี้หลายคนใช้ Social Media อย่าง Instagram , Meta หรือ TikTok แชร์ภาพของตัวเองลง Social Media กันเป็นประจำ ในคนบางกลุ่มอาจมีความกังวลว่าภาพที่ลงไปอาจทำให้คนภายนอกสังเกตุเห็นจุดที่ตัวเองไม่มั่นใจไหม หรือในกลุ่ม Influencer ที่ต้องดูแลรูปร่าง หน้าตาเป็นพิเศษ คนกลุ่มนี้อาจมีความจำเป็นที่จะต้องเข้าคลินิกเพื่อดูแลความงามอยู่เสมอ

ซึ่งคนไข้ในกลุ่มนี้เริ่มสังเกตตัวเองว่า

  • ยิ้มแล้วมีเส้นเล็กๆ
  • ใต้ตาเริ่มดูไม่สด
  • รูขุมขนเริ่มเห็นชัด

ทั้งที่ในอดีตอาจยังไม่ถือว่าเป็น “ปัญหา” ด้วยซ้ำค่ะ

2. ความรู้เข้าถึงง่ายขึ้นมาก

เมื่อก่อนโปรแกรม BTX ,โปรแกรม Laser หรือโปรแกรม filler อาจฟังดูเป็นเรื่องไกลตัว หรือเฉพาะกลุ่มคนมีอายุมากขึ้น แต่ตอนนี้ข้อมูลมีเต็มไปหมด ทั้งจากแพทย์ที่เริ่มออกมาให้ความรู้เรื่องความงามหรือโปรแกรมต่างๆมากขึ้น รวมไปถึงกลุ่ม Influencer ที่อัพเดท Social Media เกี่ยวกับการดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ค่านิยม เหล่านี้ทำให้หลายคนเริ่มหันมาสนใจดูแลตัวเอง และ เริ่มต้นทำหัตถการความงามเพิ่มขึ้น

3. Mindset เปลี่ยน → เน้น “ป้องกัน”

หมอรู้สึกว่า Gen Z มองเรื่องผิวคล้ายกับการดูแลสุขภาพเลยค่ะ เหมือนเรา ออกกำลังกายก่อนจะป่วย หรือ คุมอาหารก่อนจะอ้วน ซึ่งคนกลุ่มนี้อาจจะมองว่า “ดูแลผิวก่อนพัง ดีกว่าซ่อมตอนพังค่ะ

4. เทคโนโลยีสมัยนี้ ทำแล้ว “ดูธรรมชาติ”

ในอดีตหลายคนกลัวว่าทำโปรแกรม BTX แล้วหน้าจะแข็ง ดูไม่เป็นธรรมชาติ หรือแม้กระทั่งทำโปรแกรม filler แล้วจะดูหน้าล้นจนกลายเป็นดูหน้าอ้วน

แต่ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีด้านความงามต่างๆที่มีการพัฒนาจนประสิทธิภาพดีขึ้นและเทคนิคของแพทย์ที่ปรับไปตามยุคสมัยมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ทำให้คนเริ่มมีความสนใจในการดูแลตัวเองเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมไปถึงการที่ทำหัตถการออกมาแล้วดูเป็นธรรมชาติทำให้คนเริ่มรู้สึกว่าการทำหัตถการความงามไม่น่ากลัวเหมือนเมื่อก่อน

แล้วจริงๆ ผิวเราเริ่ม"แก่"ตั้งแต่เมื่อไร?

blog pr5

Collagen ในผิวลดน้อยลงทุกปี

  • เริ่มลดตั้งแต่อายุประมาณ 25 ปี มีงานวิจัยคลาสสิกของ Shuster et al. (Br J Dermatol, 1975) พบว่า collagen ในผิวลดลงประมาณ 1% ต่อปี หลังอายุ 20 กลางๆ ซึ่งแปลได้ว่าเราจะแก่ชราขึ้นเรื่อยๆโดยที่ตัวเราเองไม่ทันจะรู้ตัวด้วยซ้ำ

 

แสงแดด (UV) ทำร้ายผิวสะสมทุกวัน

  • จากงานของ Fisher et al. (J Invest Dermatol, 1997) อธิบายว่า UV กระตุ้น enzyme ที่ชื่อว่า MMPs ซึ่งไปทำลาย collagen ในผิวโดยตรง นี่คือเหตุผลที่หมอบอกคนไข้เสมอว่า “การทากันแดดสำคัญที่สุดค่ะ”

 

การแสดงสีหน้า → ริ้วรอยถาวร

  • การยิ้ม ขมวดคิ้ว หรี่ตา ในช่วงแรกจะเป็น Dynamic Line (ริ้วรอยที่เกิดเฉพาะตอนขยับใบหน้า)  แต่ถ้าทำซ้ำๆ สะสมกันไปเรื่อยๆเป็นปี มันจะกลายเป็น static wrinkle (ริ้วรอยที่เกิดถาวร แม้ไม่ได้ขยับหน้า) ได้ค่ะ

Prejuvenation ทำอะไรได้บ้าง?

blog pr6

Skincare (สำคัญที่สุด)

  • สำหรับกลุ่ม GenZ ที่อยากเริ่มดูแลตัวเองแต่ไม่รู้จะต้องเริ่มที่ตรงไหน หมอแนะนำให้เริ่มต้นจาก Skincare ก่อนเลยค่ะ  โดย Skincare ที่หมอจะเน้นเป็นพิเศษคือ ครีมกันนแดด (Sunscreen) ถ้ายังไม่ทากันแดดสม่ำเสมอการทำหัตถการอื่นๆ จะได้ผลไม่เต็มที่ค่ะ
 

การทำหัตถการความงาม

  • ใช้ Botulinum Toxin ในปริมาณน้อยมากเพื่อ “ลดการเกิดริ้วรอยในอนาคต” อ้างอิงจาก Carruthers & Carruthers (Dermatol Surg, 2006) ซึ่งเป็นหนึ่งในงานที่พูดถึง Concept นี้ค่ะ

 

Energy-based Devices

  • การใช้เครื่องมือยกกระชับในการช่วยชะลอวัย อาทิ เทคโนโลยี Monopolar RF , เทคโนโลยี HIFU , โปรแกรม Laser ที่ช่วยกระตุ้น Collagen ตั้งแต่ยังไม่เสื่อมมาก

 

Skin quality treatment

  • การทำโปรแกรมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน อาทิ Skin booster หรือ Biostimulator อย่าง โปรแกรม Sculptra , โปรแกรม Profhilo เป็นต้น โดยในกลุ่มนี้จะเน้นเรื่อง  ความชุ่มชื้น , ความยืดหยุ่น และ ผิวดูสุขภาพดีมากขึ้นค่ะ

สิ่งที่หมออยากเตือน (สำคัญมาก)

ไม่จำเป็นต้อง “ทำทุกอย่าง”

หมอสังเกตเห็นว่าบางคนอายุ 20 แต่ทำโปรแกรม BTX +โปรแกรม Filler +โปรแกรม Laser แบบจัดเต็ม จริงๆแล้ว ไม่จำเป็นเลยค่ะ แนะนำให้เลือกทำเฉพาะโปรแกรมที่เหมือนกับสภาพผิวของตัวเอง หรือ ทำเฉพาะโปรแกรมที่หมอแนะนำจะดีที่สุดนะคะ 

Prejuvenation ไม่ใช่ “หยุดเวลา”

สิ่งนี้สำคัญมากๆค่ะ เราต้องเข้าใจให้ถูกต้องก่อนว่า เราสามารถชะลอผิวให้เสื่อมช้าลงได้ แต่ไม่สามารถหยุดความแก่ชราลงได้ค่ะ”

ต้องทำกับแพทย์ที่เข้าใจปัญหาจริง

ไม่ว่าจะเป็นหัตถการแบบไหน ควรเลือกแพทย์ที่มีความชำนาญ มีประสบการณ์ และเข้าใจปัญหาจริงๆ เพราะใบหน้าคนอายุน้อยปัญหาอาจมีไม่มาก ซึ่งการทำหัตถการที่มากไปอาจทำให้ Balance บนใบหน้าเสียได้ค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ควรเริ่มเข้าคลินิกามงามเมื่อไรดี?

หมอคิดว่า “ไม่มีอายุที่ตายตัว” ค่ะ แต่ดูจากสภาพผิวเป็นหลัก แนวทางคร่าวๆ คือ อายุ 18–22 ปีเน้น skincare + กันแดด , อายุ 22–25 ปีเริ่ม ป้องกัน (preventive)เล็กๆได้ และ อายุ 25+ ปี เริ่มวางแผนการป้องกัน+ชะลอวัย (prejuvenation) จริงจัง

แนวคิดนี้ต่างจาก Rejuvenation (การฟื้นฟูผิว) ทั่วไปอย่างไร?

Rejuvenation คือการฟื้นฟูเมื่อเกิดปัญหาหรือเกิดริ้วรอยแห่งวัยบนใบหน้าแล้ว แต่ Prejuvenation คือการป้องกัน ชะลอวัย ให้ใบหน้าดูสุขภาพดีให้ได้นานที่สุด

สกินแคร์พื้นฐานที่จำเป็นมากสำหรับ Prejuvenation มีอะไรบ้าง?

สำหรับหมอแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ ครีมกันแดดค่ะ เพราะการทากันแดด จะช่วยป้องกันรังสี UV ที่ทำลายคอลลาเจน รวมไปถึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ใบหน้าดูหมองคล้ำ เกิด ฝ้า กระ จุดด่างดำ ได้ง่าย หมอแนะนำกันแดดที่มี SPF50+ นะคะ เพื่อการป้องกันที่ได้มาตรฐานและประสิทธิภาพที่เหมาะสมค่ะ

ถ้าไม่ได้ทำหัตถการในคลินิก สามารถทำ Prejuvenation ด้วยตัวเองได้ไหม?

ทำได้แน่นอนค่ะ เริ่มต้นจากเรื่องเล็กๆอย่างการทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มีน้ำตาลสูง แนะนำให้หลีกเลี่ยงนะคะ ขยับไปอีกนิดที่การใช้ Skincare ควรเลือกให้เหมาะสมไม่จำเป็นต้องเลือกใช้ Skincare ที่มีมูลค่าสูงเลยค่ะ และที่ขาดไม่ได้ อย่าลืมทากันแดดเป็นประจำสม่ำเสมอนะคะ
download 3 e1720249781504 1024x896 1

ข้อความจากหมอจิ๊บ

“…หมอคิดว่า Prejuvenation ไม่ใช่แค่เทรนด์นะคะ แต่มันคือการเปลี่ยนวิธีคิดของวงการความงาม

จากเดิมที่รอให้มีปัญหาแล้วค่อยแก้ กลายเป็นดูแลตั้งแต่ยังดี เพื่อให้ปัญหาเกิดช้าลงค่ะ

สำหรับ Gen Z นี่ไม่ใช่เรื่องความสวยอย่างเดียว
แต่มันคือ “การลงทุนระยะยาวกับผิว..”

22 Square Clinic : The Home of Skin Expertise.

เพราะความงามของคุณ สมควรได้รับการดูแลจากบ้านที่เข้าใจผิวของคุณที่สุด
 Because your beauty deserves a home

Related Posts

ลมพิษเรื้อรังคันไม่เลือกเวลา | 22 Square Clinic

อย่ารักษาเองอยู่คนเดียวนานเกินไปครับ ลมพิษเรื้อรังในแต่ละคนไม่เหมือนกัน การหาสาเหตุและวางแผนที่เหมาะกับตัวคุณต้องอาศัยการประเมินโดยแพทย์

Read More »

โรคสะเก็ดเงินรักษาหายไหม? สาเหตุ อาการ วิธีรักษา และเคสจริงที่ผื่นหายด้วย Biologics | 22 Square Clinic

โรคสะเก็ดเงินเกิดจากอะไร อาการเป็นอย่างไร รักษาหายไหม ยาทาสะเก็ดเงินมีอะไรบ้าง พร้อมเคสผู้ป่วยจริงที่รักษาด้วย Biologics จนผื่นหายเกือบหมด โดยแพทย์ผิวหนัง 22 Square

Read More »

Derma V รักษาปานแดงแต่กำเนิด (Port-wine stain) | เคสจริงและหลักการเลเซอร์โดยแพทย์ผิวหนัง

หมอแชมป์อธิบายการรักษาปานแดงด้วย Derma V พร้อมเคสจริงที่แขนหลังทำ 6 ครั้ง และหลักการทางเลเซอร์ที่ทำให้รอยจางลง

Read More »