10 ความจริงต้องรู้ก่อนใช้ปากกาลดน้ำหนัก | 22 Square Clinic
ปากกาลดน้ำหนักคืออะไร?
ปากกาลดน้ำหนัก ที่เราเรียกกันติดปากแรกเริ่มไม่ได้ถูกคิดค้นมาเพื่อลดน้ำหนักโดยเฉพาะนะคะ แต่คิดค้นมาเพื่อรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 แต่ผลพลอยจากการใช้คือน้ำหนักตัวที่ค่อยๆลดลง โดยที่ทุกคนเรียกกันว่า ปากกาลดน้ำหนัก มาจากลักษณะของอุปกรณ์คล้ายกับปากกา แต่เปลี่ยนจากการบรรจุน้ำหมึกเป็นการบรรจุตัวยาในกลุ่ม GLP-1 receptor agonists (เช่น Liraglutide , Semaglutide หรือ Tirzepatide) ซึ่งออกแบบมาให้ผู้ใช้สามารถฉีดยาเข้าใต้ผิวหนังด้วยตัวเอง
แล้วก่อนใช้ปากกาลดน้ำหนักมีเรื่องอะไรบ้างที่ควรรู้?
1. ฉีดแล้วหยุดยา น้ำหนักเด้งกลับจริงไหมคะ?
ข้อนี้เป็นคำถามยอดฮิตที่สุดเลยค่ะ และคำตอบคือ มีโอกาสเกิดขึ้นได้จริง แต่ไม่ได้เกิดกับทุกคน
ต้องเข้าใจก่อนว่า โรคอ้วนไม่ใช่แค่เรื่องกินเยอะหรือขี้เกียจนะคะ แต่เกี่ยวข้องกับ
- ฮอร์โมนความหิว
- พันธุกรรม
- ความเครียด
- การนอน
- การเผาผลาญ
- พฤติกรรมสะสมระยะยาว
เวลาที่ใช้ยากลุ่มนี้ ยาจะช่วยให้หิวน้อยลง อิ่มง่ายขึ้น กินง่ายขึ้น พอน้ำหนักลดลงแล้ว หากหยุดยาแบบไม่มีแผน ร่างกายหลายคนจะพยายามกลับไปจุดเดิม ทำให้หิวมากขึ้นและน้ำหนักค่อย ๆ เพิ่มกลับได้ค่ะ
ดังนั้นหมออีฟมักบอกคนไข้เสมอว่า
เป้าหมายไม่ใช่แค่ลดให้ลง แต่ต้องวางแผนรักษาน้ำหนักต่อด้วย
Reference: Rubino D et al. Diabetes Obes Metab. 2022.
2. ฉีดแล้วหน้าตอบ ดูแก่เร็ว จริงไหมคะ?
หลายคนตกใจเรื่องนี้มากค่ะ จริง ๆ แล้วไม่ใช่เพราะยาทำให้แก่ แต่เป็นเพราะ น้ำหนักลดแล้วไขมันบนใบหน้าลดลง ต่างหาก
ปัญหาที่พบเวลาเราน้ำหนักลง: โดยเฉพาะลงเร็วจะสังเกตได้ว่า แก้มอาจยุบลง , กรอบหน้าชัดขึ้น , ขมับตอบ , ผิวดูหย่อนขึ้นเล็กน้อย ยิ่งถ้าอายุ 35+ ที่คอลลาเจนเริ่มลดอยู่แล้ว ก็จะเห็นชัดขึ้นค่ะ
วิธีลดโอกาสเกิด: ลดแบบค่อยเป็นค่อยไป , ทานโปรตีนให้เพียงพอ , ออกกำลังกายเวทเทรนนิ่ง , ดูแลผิวร่วมด้วย , ไม่ตั้งเป้าผอมเกินจำเป็น
หมออีฟอยากบอกว่า สุขภาพดีขึ้น สำคัญกว่าผอมจนโทรมนะคะ
3. ปากกาลดน้ำหนักอันตรายไหมคะ? ตับพัง ไตพังจริงไหม?
ถ้าใช้ภายใต้แพทย์ดูแลและคัดกรองเหมาะสม โดยรวมถือว่าเป็นยาที่ใช้ได้อย่างปลอดภัยค่ะ ผลข้างเคียงที่เจอบ่อยช่วงแรก ได้แก่
- คลื่นไส้
- แน่นท้อง
- อิ่มเร็ว
- ท้องผูก
- เบื่ออาหาร
ซึ่งมักดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัวได้
ส่วนเรื่องตับพัง ไตพัง ที่แชร์กันในอินเทอร์เน็ตนั้น ส่วนใหญ่ไม่ใช่ผลตรง ๆ จากยา แต่บางรายอาจเกิดจาก
- อาเจียนมาก
- กินน้ำน้อย
- ขาดน้ำ
- มีโรคเดิมอยู่แล้ว
ดังนั้นก่อนเริ่มยา หมอจะประเมินสุขภาพก่อนเสมอค่ะ
4. ทำไมบางคนฉีดแล้วน้ำหนักไม่ลดเลย?
หมอเจอคำถามนี้บ่อยมาก และส่วนใหญ่มีเหตุผลค่ะ เช่น
ยังอยู่ช่วงเริ่มยา
หลายคนเพิ่งเริ่มขนาดต่ำ ซึ่งยังเป็นช่วงปรับตัว ซึ่งการใช้ปากกาหมอจะแนะนำให้ใช้ปากกาในระยะยาวมากกว่าการใช้ชั่วครั้งชั่วคราวหรือการใช้เป็นพักๆ
กินน้อยลงแต่ยังแคลอรีสูง
ในบางคนอาจจะยังมีการทานของหวาน เช่น ชานม กาแฟหวาน ขนม healthy แต่พลังงานสูง ซึ่งอาจส่งผลให้ร่างกายยังได้รับน้ำตาลหรือพลังงานที่สูงอยู่
นอนน้อย เครียดเยอะ
การพักผ่อนเองก็เป็นส่วนสำคัญ เมื่อเกิดความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ การนอนน้อย ฮอร์โมนความหิวอาจจะรวนได้ค่ะ
ไม่มีกล้ามเนื้อเลย
การใช้ปากกาลดน้ำหนักเองไม่ได้ลงแค่ไขมัน แต่ยังลดกล้ามเนื้อด้วย เมื่อกล้ามเนื้อน้อยระบบการเผาผลาญลดลงไปด้วยค่ะ
มีโรคร่วม
การมีโรคร่วมก็ส่งผลให้น้ำหนักลงได้ค่อนข้างยาก เช่น PCOS, hypothyroid, insulin resistance เป็นต้น
การใช้ตัวช่วยอย่างปากกาลดน้ำหนักแนะนำให้ดูแลสุขภาพโดยรวม ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ควบคุมการทานอาหารของตัวเองด้วยนะคะ
5. ฉีดแล้วต้องอดอาหารไหมคะ?
ไม่ต้องอดค่ะ และหมอไม่แนะนำให้อดอาหารด้วยนะคะ
ยากลุ่มนี้มีไว้ช่วยให้ควบคุมอาหารง่ายขึ้น ไม่ใช่ให้ทรมานตัวเอง หมออยากให้โฟกัสแบบนี้มากกว่า:
- โปรตีนทุกมื้อ
- ผักให้พอ
- ลดน้ำหวาน
- ลดของทอดของจุกจิก
- กินช้าลง
ถ้าอดเกินไป จะเสี่ยง
- เพลีย
- เวียนหัว
- กล้ามเนื้อลด
- เป็นโรคกินไม่หยุด (binge eat) ทีหลัง
การลดน้ำหนักที่ดี ไม่ควรอาศัยเพียงตัวช่วยอย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องปรับพฤติกรรมของเราให้เหมาะสมเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาวนะคะ
6. คนน้ำหนักไม่เยอะ ใช้ได้ไหมคะ?
บางคนดูไม่อ้วน แต่มีปัญหาสุขภาพ หรือ โรคบางอย่างซ่อนอยู่ เช่น ไขมันในช่องท้องสูง , ไขมันพอกตับ , น้ำตาลเริ่มสูง และ อาการ PCOS เป็นต้น หากคนกลุ่มนี้ใช้ปากกาลดน้ำหนักได้ยิ่งประโยชน์เพื่อช่วยในการรักษาโรคร่วมด้วย
แต่ถ้าบางคนที่น้ำหนักปกติ สุขภาพดีอยู่แล้ว แต่อยากลดน้ำหนักหมอแนะนำให้ลองออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร และ พักผ่อนให้เพียงพอดูก่อนนะคะ การปรับที่ตัวเองก่อนดีที่สุดค่ะ
7. ฉีดแล้วมีลูกยากไหมคะ?
หลายคนกังวลมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงที่วางแผนอยากจะมีน้อง
ข้อมูลปัจจุบัน ยังไม่มีหลักฐานชัดว่ายาทำให้มีบุตรยากโดยตรง ค่ะ
ในบางคนที่น้ำหนักเกินหรือมี PCOS พอลดน้ำหนักได้ดีขึ้น กลับมีโอกาสที่รอบเดือนจะดีขึ้นด้วยซ้ำ
แต่ถ้ากำลังวางแผนตั้งครรภ์ ต้องแจ้งแพทย์ก่อนนะคะ เพราะยาหลายตัวไม่แนะนำให้ใช้ช่วงตั้งครรภ์ และอาจต้องหยุดยาล่วงหน้า
8. ตัวใหม่ Tirzepatide ดีกว่ารุ่นเก่าจริงไหม?
Tirzepatide เป็นยาที่ออกฤทธิ์มากกว่า 1 pathway จึงมีข้อมูลว่าน้ำหนักลดได้ดีมากค่ะ
งานวิจัย SURMOUNT-1 พบว่าน้ำหนักลดเฉลี่ยได้สูงมากในหลายกลุ่ม แต่คำว่า “ดีที่สุด” ไม่มีคำตอบเดียวค่ะ เพราะต้องดูด้วยว่า
- งบประมาณเท่าไร
- รับผลข้างเคียงได้ไหม
- เป้าหมายลดกี่กิโล
- มีเบาหวานร่วมไหม
บางคนใช้ Semaglutide แล้วตอบสนองดีมาก ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนค่ะ
9. ปีหน้ามียาใหม่กว่า ควรรอไหม?
วงการนี้พัฒนาเร็วมากจริงค่ะ ตอนนี้มียารุ่นใหม่แบบ triple action เช่น Retatrutide ที่ผลลัพธ์น่าสนใจมาก
แต่หมออีฟอยากถามกลับเบา ๆ ว่า ถ้ารออีก 1 ปี ระหว่างนี้
- น้ำหนักขึ้นต่อไหม
- เบาหวานเริ่มไหม
- ไขมันพอกตับแย่ลงไหม
- เข่าปวดมากขึ้นไหม
บางคน “เริ่มรักษาตอนนี้” อาจคุ้มกว่ารอของใหม่ค่ะ
10. ต้องฉีดตลอดชีวิตไหม?
ไม่จำเป็นค่ะ แต่ในการวิจัยแนะนำให้ใช้ในระยะยาว มากกว่าการใช้ๆหยุดๆ หรือ การใช้ระยะสั้น 1-2 ครั้ง เพราะอาจะสงผลเสียต่อสุขภาพองค์รวมมากกว่าจากการที่ร่างกายได้รับตัวยาอย่างไม่ต่อเนื่อง และแนะนำว่าให้คุณหมอวางแผนการรักษาเป็นรายบุคคลจะดีที่สุดค่ะ
ข้อความจากหมออีฟ
“…ปากกาลดน้ำหนักไม่ใช่ตัวหลักแต่เป็นตัวช่วย ไม่ใช่ทางลัด และ ไม่ใช่ยามหัศจรรย์
มันคือ เครื่องมือทางการแพทย์ ที่ช่วยให้หลายคนกลับมามีสุขภาพที่ดีขึ้น
สิ่งสำคัญที่สุด ไม่ใช่ว่าจะฉีดหรือไม่ฉีดนะคะ
แต่คือ เลือกวิธีที่เหมาะกับร่างกายและใช้ชีวิตของเรา
เพราะเป้าหมายจริง ๆ ไม่ใช่แค่ผอมลง
แต่คือสุขภาพดีขึ้น ใช้ชีวิตสบายขึ้น และมีความสุขกับตัวเองมากขึ้นค่ะ…”
22 Square Clinic : The Home of Skin Expertise.
เพราะความงามของคุณ สมควรได้รับการดูแลจากบ้านที่เข้าใจผิวของคุณที่สุด
Because your beauty deserves a home




