เกลื้อน VS กลาก ต่างกันอย่างไร? | 22 Square Clinic
ความแตกต่างระหว่างเกลื้อน และ กลาก
ผมเชื่อว่าเกือบทุกคนที่อ่านบทความนี้ เคยมีช่วงหนึ่งที่ก้มมองผิวตัวเองแล้วเจอ “รอยด่าง ๆ” หรือ “ผื่นเป็นวง ๆ” ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว บางคนคันจนต้องเกา บางคนไม่คันเลยแต่รำคาญตรงที่มันเป็นดวงขาว ๆ ไม่หายสักที แล้วก็มาตามผมด้วยคำถามเดียวกันเสมอว่า “หมอครับ ตกลงนี่มันกลากหรือเกลื้อนกันแน่?”
คำถามนี้ดูเหมือนง่าย แต่จริง ๆ มันสำคัญมาก เพราะเมืองไทยเราอากาศร้อนชื้นเกือบตลอดปี เหงื่อออกง่าย เชื้อราบนผิวหนังเลยเป็นหนึ่งในปัญหาที่ผมเจอในคลินิกแทบทุกวัน และสิ่งที่ผมอยากเล่าให้ฟังคือ กลากกับเกลื้อนเป็นคนละโรคกันโดยสิ้นเชิง เกิดจากเชื้อคนละตระกูล หน้าตาต่างกัน และที่สำคัญที่สุดคือยาที่ใช้รักษาก็ไม่เหมือนกัน
เกลื้อน และ กลาก เกิดจากอะไร?
เกลื้อน – เกิดจากยีสต์ Malassezia
เกิดจากยีสต์ชื่อ Malassezia ซึ่งอาศัยอยู่บนผิวหนังของเราทุกคนอยู่แล้ว จึงไม่ได้ “ติด” มาจากใคร แต่เป็นการที่เชื้อประจำถิ่นเจริญมากเกินไป โดยมีตัวกระตุ้นคือความร้อน เหงื่อ ผิวมัน ความชื้น และภูมิคุ้มกันที่เปลี่ยนไป
กลาก – เกิดจากเชื้อรา Dermatophytes
เกิดจากเชื้อรากลุ่ม Dermatophytes (Trichophyton, Microsporum, Epidermophyton) ซึ่งเป็นเชื้อราแท้ที่ “กินเคราติน” บนผิว เส้นผม และเล็บเป็นอาหาร ที่สำคัญคือติดต่อได้ ทั้งจากคนสู่คน จากสัตว์เลี้ยง และจากของใช้ร่วมกัน
ความต่างข้อนี้สำคัญมาก เพราะมันอธิบายได้เลยว่าทำไมเกลื้อนถึงชอบกลับมาเป็นซ้ำ (ในเมื่อเชื้ออยู่บนตัวเราอยู่แล้ว) และทำไมกลากถึงระบาดในบ้านเดียวกัน หรือในหอพัก โรงเรียน ค่ายทหารได้ง่าย
ความต่างข้อนี้สำคัญมาก
เพราะมันอธิบายได้เลยว่าทำไมเกลื้อนถึงชอบกลับมาเป็นซ้ำ (ในเมื่อเชื้ออยู่บนตัวเราอยู่แล้ว)และทำไมกลากถึงระบาดในบ้านเดียวกัน หรือในหอพัก โรงเรียน ค่ายทหารได้ง่าย
เกลื้อน – รอยด่างหลากสี ขุยละเอียด มักไม่คัน
เกลื้อนมักขึ้นตรงบริเวณที่มีต่อมไขมันเยอะและอับเหงื่อ เช่น หน้าอก แผ่นหลัง ต้นคอ ไหล่ และต้นแขน ลักษณะเด่นคือเป็นรอยด่างที่อาจมีได้หลายสีในคนเดียวกัน ทั้งขาว ชมพู น้ำตาลอ่อน หรือเข้มกว่าผิวปกติ ผิวตรงรอยจะมีขุยละเอียด ๆ ลองใช้เล็บขูดเบา ๆ จะเห็นขุยขาวลอกขึ้นมา ส่วนใหญ่ไม่ค่อยคัน หรือคันเล็กน้อยเวลาเหงื่อออก
จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยคือ หลายคนตกใจว่าเป็น “ด่างขาว” หรือโรคผิวหนังร้ายแรง ทั้งที่จริงเป็นแค่เกลื้อนชนิดสีจาง และรอยขาวนี้จะยังอยู่ต่ออีกหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน แม้เชื้อจะตายหมดแล้ว เพราะเม็ดสีผิวต้องใช้เวลาฟื้นตัว ไม่ได้แปลว่ารักษาไม่หาย
กลาก – ผื่นวงแหวน ขอบนูนแดง ตรงกลางจาง และคันมาก
กลากมีเอกลักษณ์คือผื่นเป็นวงแหวน ขอบวงจะนูน แดง มีขุย และค่อย ๆ ขยายวงกว้างออกไป ในขณะที่ตรงกลางวงมักจะดูจางลงหรือหายเป็นปกติ ทำให้เห็นเป็นรูปวงกลมหรือหลายวงซ้อนกัน อาการเด่นคือคันมาก โดยเฉพาะเวลาเหงื่อออก ตำแหน่งที่เป็นก็จะเรียกชื่อต่างกันไปตามที่เกิด
เกลื้อนมักเป็นรอยด่างหลายสีที่ไม่ค่อยคัน ส่วนกลากมักเป็นผื่นวงแหวนขอบนูนแดงและคันมาก จำง่าย ๆ ว่า เกลื้อน = ด่าง, กลาก = วง
อาการ และ การรักษา
สัญญาณที่ผมอยากให้มาพบแพทย์
ผมเข้าใจว่าโรคผิวหนังเชื้อราส่วนใหญ่ดูไม่รุนแรงและหลายคนเลือกซื้อยาทาเอง ซึ่งบางกรณีก็หายได้จริง แต่มีสัญญาณบางอย่างที่ผมอยากให้ระวังและมาให้หมอตรวจดูจะดีที่สุด
ทายาเองสม่ำเสมอ 2 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น หรือผื่นกลับลามมากขึ้น
ผื่นเป็นบริเวณกว้างหรือขึ้นหลายจุดพร้อมกัน
เป็นที่หนังศีรษะ เส้นผมร่วงเป็นหย่อม หรือลามลงเล็บ
เป็นซ้ำบ่อยครั้งจนรบกวนชีวิต
เคยทาครีมสเตียรอยด์แล้วผื่นเปลี่ยนหน้าตาไปจนวินิจฉัยยาก
มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หรือภูมิคุ้มกันต่ำ
ถ้าเป็นที่หนังศีรษะจนผมร่วงเป็นหย่อม หรือลามลงเล็บ ยาทาอย่างเดียวมักไม่พอ ต้องใช้ยากินภายใต้การดูแลของแพทย์
การวินิจฉัย
ไม่ได้เดาจากตาเปล่าอย่างเดียว
ในคลินิก ผมไม่ได้อาศัยแค่การมองด้วยตา เพราะกลากบางแบบหน้าตาคล้ายผื่นภูมิแพ้หรือสะเก็ดเงินได้ วิธีที่ช่วยยืนยันและแยกโรคได้แม่นยำขึ้นทำได้ง่าย ๆ
ขูดขุยผิวตรวจ KOH ส่องกล้องจุลทรรศน์เห็นตัวเชื้อทันที เกลื้อนจะเห็นภาพที่เรียกว่า “สปาเกตตีกับลูกชิ้น” ส่วนกลากเห็นเส้นใยราที่มีผนังกั้นแตกแขนง
ส่องไฟ Wood’s lamp เกลื้อนมักเรืองแสงสีเหลืองอมเขียว ช่วยยืนยันขอบเขตของรอยโรคได้ชัดขึ้น
เพาะเชื้อ ใช้ในรายที่เรื้อรังหรือดื้อยา เพื่อดูว่าเป็นเชื้อชนิดใดก่อนวางแผนรักษารอบใหม่
วิธีรักษาเกลื้อน
เน้นยาทา และเข้าใจเรื่องรอยขาว
ยาทา / แชมพูต้านเชื้อรา ด่านแรก คนส่วนใหญ่ตอบสนองดีกับคีโตโคนาโซล หรือแชมพูซีลีเนียม ซัลไฟด์ / ซิงก์ ไพริไทออน ทาทิ้งไว้บริเวณที่เป็นแล้วล้างออก ใช้ต่อเนื่องตามที่แพทย์แนะนำ
ยากิน สำหรับรายที่ผื่นกระจายมากหรือทายาแล้วไม่หาย พิจารณากลุ่มไอทราโคนาโซลหรือฟลูโคนาโซล
รักษาต่อเนื่องเพื่อกันเป็นซ้ำ สำคัญมาก เพราะเชื้ออยู่บนตัวเราตลอด การใช้แชมพูต้านเชื้อราเป็นระยะช่วยกันไม่ให้กลับมา
ยากินเทอร์บินาฟีนชนิดเม็ด ใช้ไม่ได้ผลกับเกลื้อน เพราะโครงสร้างของยีสต์ต่างจากเชื้อรากลาก การหยิบยากินตัวเดียวมาใช้กับทั้งสองโรคจึงไม่ถูกต้องเสมอไป
และอย่าลืมว่ารอยขาวที่เหลือหลังรักษาคือ “ร่องรอย” ไม่ใช่ “เชื้อที่ยังไม่ตาย” เม็ดสีผิวจะค่อย ๆ กลับมาเองภายในไม่กี่เดือน
วิธีรักษากลาก
ทาให้ครบ กินเมื่อจำเป็น
ยาทาต้านเชื้อราด่านแรกสำหรับผื่นไม่กว้าง ใช้กลุ่มเทอร์บินาฟีนหรืออะโซล (คลอไตรมาโซล คีโตโคนาโซล) ต้องทาเลยขอบผื่นออกไปเล็กน้อย และทาต่ออย่างน้อย 2-4 สัปดาห์แม้ผื่นจะดูหายแล้ว
ยากินใช้เมื่อผื่นกว้าง เรื้อรัง เป็นที่เล็บหรือหนังศีรษะ เช่น เทอร์บินาฟีนหรือไอทราโคนาโซล ภายใต้การดูแลของแพทย์และใช้ให้ครบคอร์ส
รักษาต้นตอต้องรักษาแหล่งเชื้อด้วย เช่น เท้าที่เป็นน้ำกัดเท้า คนในบ้าน หรือสัตว์เลี้ยงที่เป็นเชื้อรา ไม่งั้นหายจุดเดียวแต่ติดกลับมาเรื่อย ๆ
ระวังครีมผสมสเตียรอยด์ที่หาซื้อง่ายตามร้าน ครีมหลอดเดียวที่ผสมทั้งยาฆ่าเชื้อ ยาแก้แพ้ และสเตียรอยด์ อาจทำให้ผื่นดูดีขึ้นชั่วคราว แต่กลับทำให้เชื้อลุกลามและหน้าตาผื่นเปลี่ยนไปจนวินิจฉัยยาก (tinea incognito)
วิธีการป้องกัน
“รักษาให้หายไม่ยาก แต่ป้องกันไม่ให้กลับมาต่างหากที่ยาก”
ทำไมเกลื้อนถึงชอบกลับมา
เพราะยีสต์ Malassezia เป็นเชื้อประจำถิ่นที่อยู่บนผิวเราอยู่แล้ว การรักษาแค่ทำให้มันลดจำนวนลง แต่ไม่ได้กำจัดให้หมดจากตัวเรา พอเจออากาศร้อน เหงื่อออก มันก็พร้อมเจริญขึ้นมาใหม่ ทางการแพทย์พบว่าเกลื้อนมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้สูงมากภายใน 1-2 ปีหากไม่ดูแลต่อเนื่อง
ทำไมกลากถึงติดกลับมา
กลากมักกลับมาเพราะ “ติดเชื้อซ้ำ” จากแหล่งที่ไม่ได้รักษา เช่น น้ำกัดเท้าที่ไม่ได้รักษาแล้วเชื้อลามขึ้นมา คนในบ้านหรือสัตว์เลี้ยงที่เป็นอยู่ การใช้ผ้าเช็ดตัวหรือเสื้อผ้าร่วมกัน หรือหยุดยาเร็วเกินไปตั้งแต่ผื่นเริ่มดูดีขึ้นทั้งที่เชื้อยังไม่หมด
อาการ และ การรักษา
สำหรับเกลื้อน
แนะนำให้ใช้แชมพูต้านเชื้อรา (เช่น คีโตโคนาโซล หรือ ซีลีเนียม ซัลไฟด์) ฟอกทิ้งไว้บนตัวช่วงสั้น ๆ แล้วล้างออก โดยทำสัปดาห์ละครั้งในช่วงหน้าร้อน หรือเดือนละครั้งเพื่อเป็นการบำรุงรักษา ซึ่งวิธีนี้จะช่วยกดจำนวนเชื้อไม่ให้เจริญเติบโตเกินไปและลดโอกาสการเป็นซ้ำได้ดีมาก ส่วนรอยขาวที่หลงเหลืออยู่นั้นไม่ต้องกังวลเพราะจะค่อย ๆ จางกลับมาเป็นปกติเอง
สำหรับกลาก
ควรจะรักษาทุกจุดที่เป็นไปพร้อมกันโดยเฉพาะที่เท้า เพราะเชื้อที่เท้ามักเป็นต้นทางที่ลามไปยังขาหนีบและลำตัว นอกจากนี้ต้องดูแลคนในบ้านและสัตว์เลี้ยงที่มีอาการไปพร้อม ๆ กัน ทำความสะอาดเสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว และผ้าปูที่นอนโดยซักด้วยน้ำร้อนและตากแดดให้แห้งสนิท รวมถึงใช้แป้งหรือสเปรย์ต้านเชื้อราฉีดในรองเท้าและถุงเท้าที่มีความอับชื้นร่วมด้วย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เกลื้อนกับกลาก อันไหนติดต่อได้บ้าง?
รักษาเกลื้อนหายแล้ว ทำไมยังเห็นรอยขาวอยู่?
ซื้อยากลากเกลื้อนเองที่ร้านขายยาได้ไหม?
ยาทาตัวเดียว ใช้ได้ทั้งกลากและเกลื้อนเลยไหม?
ทำไมเป็นเกลื้อนซ้ำทุกหน้าร้อนเลย?
ข้อความจากหมอแบงค์
“…ถ้าจำอะไรจากบทความนี้ได้แค่อย่างเดียว ผมอยากให้จำว่า เกลื้อน = ด่าง กลาก = วง และทั้งสองโรคใช้ยาไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะยากิน การซื้อยามาใช้เองโดยไม่รู้ว่าเป็นเชื้ออะไร คือสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้รักษาแล้วไม่หายสักที
และที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การรักษาให้ครบคอร์สและดูแลต่อเนื่องหลังผื่นหาย เพราะในอากาศร้อนชื้นแบบบ้านเรา เชื้อราบนผิวหนังพร้อมกลับมาได้เสมอถ้าเราหยุดดูแล…”
22 Square Clinic : The Home of Skin Expertise.
เพราะความงามของคุณ สมควรได้รับการดูแลจากบ้านที่เข้าใจผิวของคุณที่สุด
Because your beauty deserves a home




