🕒 : เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.00 - 20.00 น.

ไข้ดิน  (Melioidosis) โรคที่คนไทยควรรู้จัก เรื่องที่กำลังเป็นข่าว — เชื้อในดิน ที่อาจฆ่าคนได้ใน 24 ชั่วโมง

How to Protect Your Skin While Playing Golf 1

ไข้ดิน  (Melioidosis)

โรคที่คนไทยควรรู้จัก

เรื่องที่กำลังเป็นข่าว — เชื้อในดิน ที่อาจฆ่าคนได้ใน 24 ชั่วโมง

ช่วงนี้ข่าวพูดถึง “ไข้ดิน” หรือ Melioidosis กันเยอะมากครับ เพราะตั้งแต่ต้นปี 2026 ประเทศไทยพบผู้ป่วยแล้ว 732 ราย เสียชีวิต 23 ราย — ตัวเลขสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ผ่านมา วันนี้หมอแบงค์จะพาทุกคนมาทำความรู้จักโรคนี้ตั้งแต่ต้นจนจบเพราะ 
รู้ทัน = รอดได้

1. Melioidosis คืออะไร? เชื้ออยู่ที่ไหน?

Melioidosis หรือ ไข้ดิน เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรีย Burkholderia pseudomallei ซึ่งอยู่ในดินและน้ำตามธรรมชาติในเขตร้อนชื้น โดยเฉพาะนาข้าว ทุ่งโคลน และแหล่งน้ำขังในภาคอีสานและภาคใต้ของไทยเรา

คนเรารู้จักโรคนี้มาตั้งแต่สมัยสงครามเวียดนาม ทหารอเมริกันหลายคนกลับบ้านแล้วยังเกิดโรคนี้ขึ้นอีกหลายปีให้หลัง จึงมีคำเรียกกันว่า “Vietnam Time Bomb” เพราะเชื้อสามารถซ่อนตัวนิ่งๆ ในร่างกายได้นานหลายปีก่อนจะแสดงอาการ

ช่องทางการติดเชื้อ 3 ทางหลัก

  1. ผ่านบาดแผล / รอยถลอกบนผิวหนัง — พบบ่อยที่สุดในชาวนาและแรงงานกลางแจ้ง เดินลุยโคลนแล้วเชื้อซึมเข้าผ่านแผลเล็กๆ ที่ไม่รู้ตัว
  2. สูดดมฝุ่นดินหรือละอองน้ำปนเปื้อน — พบในช่วงลมแรงหรือฝนตก เชื้อในดินลอยขึ้นมาในอากาศ ทำให้เกิดปอดอักเสบได้โดยตรง
  3. กินน้ำหรืออาหารปนเปื้อน — พบน้อยกว่า แต่เคยรายงานการระบาดจากแหล่งน้ำที่ปนเปื้อนในบางพื้นที่

2. ใครเสี่ยงบ้าง? กลุ่มเสี่ยงสูงที่ต้องระวัง

Melioidosis หรือ ไข้ดิน เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรีย Burkholderia pseudomallei ซึ่งอยู่ในดินและน้ำตามธรรมชาติในเขตร้อนชื้น โดยเฉพาะนาข้าว ทุ่งโคลน และแหล่งน้ำขังในภาคอีสานและภาคใต้ของไทยเรา

คนเรารู้จักโรคนี้มาตั้งแต่สมัยสงครามเวียดนาม ทหารอเมริกันหลายคนกลับบ้านแล้วยังเกิดโรคนี้ขึ้นอีกหลายปีให้หลัง จึงมีคำเรียกกันว่า “Vietnam Time Bomb” เพราะเชื้อสามารถซ่อนตัวนิ่งๆ ในร่างกายได้นานหลายปีก่อนจะแสดงอาการ

ทุกคนมีโอกาสติดเชื้อได้ถ้าสัมผัสกับดินหรือน้ำที่มีเชื้อ แต่คนที่มีโรคประจำตัวหรือภูมิคุ้มกันอ่อนแอจะเสี่ยงต่ออาการรุนแรงและเสียชีวิตสูงกว่ามาก

  • ผู้ป่วยเบาหวาน — พบในเกือบ 70–80% ของผู้ป่วยเสียชีวิต เบาหวานทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงมาก
  • โรคไตเรื้อรัง — ไตทำหน้าที่ขับสารพิษและสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน เมื่อไตเสื่อม ร่างกายสู้เชื้อได้แย่ลง
  • โรคตับแข็ง / ดื่มสุราเรื้อรัง — ตับมีบทบาทสำคัญในระบบภูมิคุ้มกัน
  • โรคปอดเรื้อรัง (COPD, หอบหืดรุนแรง) — ทำให้เชื้อเกาะและขยายตัวในปอดได้ง่ายขึ้น
  • ธาลัสซีเมีย — พบบ่อยในคนไทยและเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรง
  • ผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน / สเตียรอยด์ระยะยาว — ผู้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ ผู้ป่วยมะเร็ง
  • ชาวนาและแรงงานกลางแจ้ง — สัมผัสดินและน้ำโดยตรง โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ใส่รองเท้า/ถุงมือ
  • ผู้สูงอายุ ≥ 50 ปี — ระบบภูมิคุ้มกันเสื่อมตามวัย และมักมีโรคร่วม

"The Great Mimicker" — โรคนี้เลียนแบบโรคอื่นได้เก่งมาก ตั้งแต่ไข้หวัดจนถึงวัณโรค ทำให้วินิจฉัยช้า และอันตรายก็มาพร้อมกัน

3. อาการเป็นยังไง? ตั้งแต่เล็กน้อยถึงช็อกรุนแรง

ระยะฟักตัวหลังรับเชื้ออยู่ที่ 1–21 วัน ครับ แต่เชื้อนี้ซ่อนอยู่ในร่างกายได้หลายปีโดยไม่มีอาการ แล้วค่อย “ระเบิด” ออกมาเมื่อภูมิคุ้มกันตก

รูปแบบโรค

อาการเด่น

ความรุนแรง

Localized / ผิวหนัง

แผล ฝี ตุ่มหนอง บวม บริเวณที่สัมผัสเชื้อ มีไข้

เบา–ปานกลาง

Pulmonary / ปอด

ไข้สูง ไอ เจ็บหน้าอก หอบ เอกซเรย์คล้าย TB

ปานกลาง–รุนแรง

Disseminated / กระจาย

ฝีในตับ ม้าม กระดูก สมอง ต่อมลูกหมาก ไต

ปานกลาง–รุนแรง

Septicemia / เลือดเป็นพิษ

ไข้เฉียบพลัน ช็อก หายใจล้มเหลว สับสน ตุ่มหนองทั่วตัว

รุนแรงมาก / ฉุกเฉิน

ระบบอวัยวะที่โรคอาจลามไป
  • ปอด (พบบ่อยสุด): ปอดอักเสบ, ฝีในปอด, คล้ายวัณโรค ใน ~42% ของผู้ป่วย
  • เลือด / Sepsis: 77% มีเชื้อในกระแสเลือด (Bacteremia) ในกลุ่มที่เข้าโรงพยาบาล
  • สมองและประสาท: 1–5% เกิดสมองอักเสบ ฝีในสมอง แม้ไม่มีปัจจัยเสี่ยงก็เป็นได้
  • ตับ & ม้าม: ฝีในตับ/ม้าม 10–33% ลักษณะ CT คล้าย “honeycomb sign”
  • กระดูก & ข้อ: ปวดบวมข้อ กระดูกอักเสบ พบ 4–14%
  • ต่อมลูกหมาก / ไต: ฝีต่อมลูกหมากพบถึง 20%, ฝีในไต 14–28%
สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
  • แผลหรือตุ่มบนผิวหนังที่ไม่หาย แม้รักษาด้วยยาปฏิชีวนะทั่วไปแล้ว

4. รอยโรคบนผิวหนัง — หมอแบงค์ขอเล่าให้ฟัง

นี่คือส่วนที่แพทย์ผิวหนังต้องรู้มากๆ ครับ เพราะ 10–20% ของผู้ป่วย Melioidosis มีรอยโรคที่ผิวหนัง และแพทย์ผิวหนังมักเป็นคนแรกที่เจอ

ชนิดของรอยโรคผิวหนัง
  • Primary Cutaneous: เชื้อเข้าตรงๆ จากดิน/น้ำผ่านบาดแผล รอยโรคอยู่บริเวณที่สัมผัส มักเป็นแผลเดี่ยว ต่อมน้ำเหลืองข้างเคียงโต
  • Secondary Cutaneous: เชื้อกระจายมาจากกระแสเลือด (Septicemia) มักขึ้นหลายจุดทั่วร่างกาย — บ่งบอกว่าโรครุนแรงแล้ว
ลักษณะรอยโรคที่ต้องรู้จัก
  • แผลเรื้อรัง (Chronic Ulcer): พบบ่อยที่สุด แผลขอบชัดไม่หาย ให้ยาทั่วไปแล้วไม่ดีขึ้น ส่วนใหญ่ที่ขาและเท้า
  • ตุ่มหนอง (Pustule): ตุ่มน้ำหนองขนาดต่างกัน อาจโตขึ้นเป็นฝี พบในผู้ป่วย Septicemia ขึ้นทั่วร่างกาย
  • แผ่นแดงตกสะเก็ด (Crusted Erythematous Plaque): แดงนูน มีสะเก็ด หน้าตาคล้าย Psoriasis พบที่ใบหน้า/จมูกได้
  • เซลล์ผิวหนังอักเสบ (Cellulitis): บวมแดงกดเจ็บ ไม่ตอบสนองต่อ Penicillin หรือ Aminoglycoside ซึ่งเชื้อดื้อตามธรรมชาติ
  • ก้อนใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Nodule): ก้อนนูนใต้ผิว เจ็บกด ต่อมน้ำเหลืองโต บางรายมาพบแพทย์ด้วยก้อนที่คอหรือรักแร้
  • Sweet Syndrome: หายากแต่สำคัญมาก! ผื่นนูนแดงเจ็บ มี neutrophil สูง — ถ้าเจอผื่นแบบนี้ต้องนึกถึง Melioidosis ด้วยเสมอครับ

5. วิธีวินิจฉัย

นี่คือส่วนที่ยากที่สุดครับ เพราะ Melioidosis หน้าตาเหมือนโรคอื่นเยอะมาก ต้องอาศัยประวัติการสัมผัสบวกกับการส่งตรวจ

  1. เพาะเชื้อ (Culture) — Gold Standard: เก็บตัวอย่างเลือด ปัสสาวะ เสมหะ หนองจากแผล ส่งเพาะเชื้อ B. pseudomallei ใช้เวลา 2–5 วัน
  2. เอกซเรย์ปอด / CT Scan: ปอดคล้าย TB, ฝีในตับ/ม้ามเห็น “honeycomb sign”, ฝีในสมองเห็น ring-enhancing lesion
  3. ตรวจ Antibody Titer (IHA): ช่วยสนับสนุนการวินิจฉัย โดยเฉพาะในพื้นที่ endemic อย่างภาคอีสาน

 

6. การรักษา — ยาถูกตัว ชีวิตรอด

ข่าวดีคือ Melioidosis รักษาได้ครับ ถ้าวินิจฉัยได้เร็วและให้ยาถูกต้อง แต่ถ้าช้า โดยเฉพาะในรูปแบบ Septicemia อัตราเสียชีวิตสูงถึง 90% โดยไม่รักษา

Phase 1: Intensive Phase (รักษาในโรงพยาบาล)
  • Ceftazidime IV (ยาหลัก): ให้ทางหลอดเลือดดำ นาน 10–14 วัน
  • Meropenem IV (กรณีรุนแรง): ใช้ใน Neurological Melioidosis หรือ Sepsis รุนแรง เมื่ออาการดีขึ้นค่อยเปลี่ยนกลับเป็น Ceftazidime
Phase 2: Eradication Phase (กินยาต่อเนื่องที่บ้าน)
  • Co-trimoxazole (TMP-SMX) — ยาหลัก: กินต่อเนื่อง 3 เดือน (12 สัปดาห์) เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
  • Amoxicillin/Clavulanate หรือ Doxycycline: ใช้ในกรณีแพ้ Co-trimoxazole หรือเด็กอายุน้อยกว่า 8 ปี และหญิงตั้งครรภ์

7. ป้องกันได้อย่างไร? ทำได้เลยตั้งแต่วันนี้

  • ใส่รองเท้าบูทและถุงมือ: เวลาทำงานในนา ไร่ หรือสถานที่ที่มีโคลนและน้ำขัง โดยเฉพาะในฤดูฝน
  • ล้างมือและร่างกายหลังทำงาน: ล้างบริเวณที่สัมผัสดินหรือน้ำด้วยสบู่ทันทีหลังเลิกงาน
  • ดูแลแผลโดยเร็ว: ถ้ามีรอยถลอกหรือแผล ล้างทำความสะอาดทันทีและปิดให้มิดชิดก่อนสัมผัสดิน
  • ดื่มน้ำสะอาด: หลีกเลี่ยงน้ำจากแหล่งธรรมชาติที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ
  • ควบคุมโรคประจำตัว: ถ้ามีเบาหวาน ควบคุมน้ำตาลให้ดี ตรวจสุขภาพประจำปี
  • ใส่หน้ากาก N95 ในพื้นที่เสี่ยง: ช่วงพายุ ฝุ่นดินฟุ้ง หรือน้ำท่วม

เมื่อไหรควรรีบไปโรงพยาบาล?
ไข้สูงไม่ทราบสาเหตุ + ทำงานในไร่นาหรืออยู่ในพื้นที่ระบาด + มีโรคประจำตัว
(เบาหวาน, ไตวาย) = อย่ารอครับ ไปโรงพยาบาลทันที บอกหมอว่าอาจสัมผัสดิน/น้ำมา

เอกสารอ้างอิง (References)

  1. Bangkok Post. “Heightened Vigilance over ‘Soil Fever’ as 23 Reported Dead.” April 2026. bangkokpost.com
  2. Hantrakun V, et al. “Clinical Epidemiology of 7126 Melioidosis Patients in Thailand.” Open Forum Infectious Diseases 2019;6(12):ofz498. doi:10.1093/ofid/ofz498
  3. Birnie E, et al. “Characteristics and One Year Outcomes of Melioidosis Patients in Northeastern Thailand.” The Lancet Regional Health – Southeast Asia 2022.
  4. Limmathurotsakul D, et al. “Melioidosis in Thailand: Present and Future.” Tropical Medicine and Infectious Disease 2018;3(2):38.
  5. Tippayawat P, et al. “Under-Reporting Cases and Deaths from Melioidosis: Songkhla and Phatthalung, 2014–2020.” Tropical Medicine and Infectious Disease 2023;8(5):286.
  6. Gibney KB, Cheng AC, Currie BJ. “Cutaneous Melioidosis in the Tropical Top End of Australia.” Clinical Infectious Diseases 2008;47:603–09.
  7. Chandna A, et al. “Melioidosis Outbreak among Children after Sporting Event, Australia.” Emerging Infectious Diseases 2023;29(11).
  8. Wiersinga WJ, et al. “Melioidosis.” Nature Reviews Disease Primers 2018;4:17107.
  9. CDC. “Clinical Overview of Melioidosis.” 2025. cdc.gov/melioidosis
  10. MSD Manual Professional. “Melioidosis.” 2024. msdmanuals.com
  11. Genetic Diversity of Burkholderia pseudomallei Lineages in Northeast Thailand. Nature Communications 2024.

Share:

Facebook
X
LinkedIn
Email
Threads

Table of Contents

Related Posts

เจาะลึกปัญหา “ผิวแพ้ง่าย” หรือแท้จริงแล้วคุณกำลังเป็นโรคผิวหนัง? คู่มือฉบับสมบูรณ์โดยแพทย์เฉพาะทาง

สวัสดีครับทุกคน ผมหมอแบงค์นะครับ วันนี้ผมขอหยิบยกเรื่องที่หลายๆ คนทักเข้ามาปรึกษาผมกันเยอะมาก และเป็นปัญหาที่บั่นทอนความมั่นใจในการใช้ชีวิตสุดๆ นั่นคือเรื่องของ “ผิวแพ้ง่าย” (Sensitive Skin Syndrome)

Read More »

10 ความจริงเรื่องปากกาลดน้ำหนักที่ต้องรู้ก่อนฉีด

ช่วงนี้หมออีฟเชื่อว่าหลายคนคงได้ยินคำว่า “ปากกาลดน้ำหนัก” กันบ่อยมากเลยใช่ไหมคะ ไม่ว่าจะจากเพื่อน รีวิวในโซเชียล หรือคนดังที่น้ำหนักลดลงอย่างเห็นได้ชัด

Read More »

Behind the Expertise: เมื่อแพทย์ 22 Square Clinic ก้าวสู่เวทีระดับ Asia กับ Wontech Global

ในโลกของเวชศาสตร์ความงามที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีใหม่ไม่ได้เป็นเพียง “ทางเลือก” แต่กลายเป็น “มาตรฐาน” ที่แพทย์ต้องเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้สามารถนำมาใช้กับผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

Read More »

วิธีปกป้องผิวระหว่างการเล่นกอล์ฟ: คำแนะนำจากแพทย์ผิวหนัง

กอล์ฟเป็นกีฬากลางแจ้งที่ดีต่อสุขภาพ แต่ในมุมของแพทย์ผิวหนัง การเล่นกอล์ฟถือเป็นกิจกรรมที่ทำให้ผิวต้องเผชิญกับปัจจัยทำร้ายผิวหลายอย่างพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ความร้อน ลม และมลภาวะ
การออกรอบกอล์ฟหนึ่งครั้งมักใช้เวลาประมาณ 4–5

Read More »
🇸🇬 Exclusive Invitation

Reserve Your Consultation — 50% OFF

Professional advice. Personalized service.
Limited slots available for first-time clients

🇸🇬 Exclusive Invitation

Reserve Your Consultation — 50% OFF

Professional advice. Personalized service.
Limited slots available for first-time clients