Oligo X vs Thermage FLX: ยกกระชับแบบไหนเหมาะกับคุณ?
สวัสดีครับ ผมหมอแบงค์จาก 22 Square Clinic ครับ
วันนี้อยากมาเล่าเรื่องที่หลายคนมักจะถามว่า
“หมอครับ ถ้าอยากยกกระชับหน้า ควรเลือก Oligo X หรือ Thermage FLX ดีกว่ากันครับ?”
ทั้งสองเครื่องนี้จัดอยู่ในกลุ่ม Monopolar Radiofrequency (คลื่นความถี่วิทยุขั้วเดียว) ซึ่งเป็นเทคโนโลยียกกระชับที่นิยมที่สุดในตอนนี้ เพราะสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis – การสร้างคอลลาเจนใหม่) และจัดเรียงคอลลาเจนเดิม (Collagen Remodeling – การจัดเรียงตัวของคอลลาเจนใหม่) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แต่คำถามสำคัญคือ “ทั้งสองต่างกันอย่างไร และเครื่องไหนเหมาะกับใคร?” หมอจะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ แบบหมอเล่าให้ฟังครับ
เข้าใจก่อนว่า “คลื่น RF” ทำงานอย่างไร
RF หรือ Radiofrequency (คลื่นความถี่วิทยุ) คือพลังงานไฟฟ้าความถี่สูงระดับล้านเฮิรตซ์ (MHz) ที่ส่งผ่านเข้าสู่ผิวหนัง เมื่อพลังงานลงไปในผิว จะทำให้โมเลกุลน้ำในเนื้อเยื่อสั่นสะเทือน เกิด “ความร้อน” ในชั้นลึกของผิว ซึ่งมีอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 60–65°C ในชั้นหนังแท้ (Dermis) และ 45–50°C ในชั้นไขมันใต้ผิว (Subcutaneous Fat Layer)
อุณหภูมินี้จะช่วยให้
- เส้นใยคอลลาเจนเดิมหดตัวทันที ทำให้ผิวตึงขึ้น
- กระตุ้น Fibroblast (ไฟโบรบลาสต์) ให้สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่
- ถ้าพลังงานลงถึงชั้นไขมันบางส่วน จะช่วย “ละลายไขมันเฉพาะจุด” ได้เล็กน้อย
ผลที่ได้คือผิวแน่นขึ้น ตึงขึ้น และดูเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติครับ
Thermage FLX – พลังลึก ยกกระชับได้ทั่วโครงหน้า
Thermage FLX จากประเทศสหรัฐอเมริกา ถือเป็นรุ่นล่าสุดของเทคโนโลยี Monopolar RF ที่ยกกระชับได้ลึกถึงระดับ SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) และ ชั้นไขมันใต้ผิว (Subcutaneous Layer) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ผ่าตัดดึงหน้าในศัลยกรรม
จุดเด่นของ Thermage FLX
- เทคโนโลยี AccuREP™ ช่วยวัดค่าความต้านทานของผิว (Skin Impedance) แบบเรียลไทม์ เพื่อปรับพลังงานให้เหมาะกับแต่ละจุด
- หัวทิปขนาดใหญ่ (4.0 cm²) กระจายพลังงานได้กว้างและสม่ำเสมอ
- พลังงานลงลึกมาก เหมาะกับการยกกระชับชั้นลึกของโครงหน้า เหนียง และแก้มล่าง
ความรู้สึกขณะทำ
Thermage FLX จะให้ความรู้สึก ร้อนลึกและจี๊ด ๆ โดยเฉพาะแนวกรามหรือบริเวณที่มีไขมันน้อย
โดยทั่วไปจะ “ทายาชาก่อนทำประมาณ 45–60 นาที” เพื่อให้รู้สึกสบายขึ้น และใช้ระบบ Vibration (การสั่น) และ Cooling (ทำความเย็น) ช่วยลดความร้อน
ผลลัพธ์ที่ได้
- ยกกระชับชั้นลึกได้ชัด เห็นผลต่อเนื่องใน 2–6 เดือน
- ผลอยู่ได้นาน 12–18 เดือน
- ลดไขมันเฉพาะจุดได้ดี เช่น เหนียงหรือแก้มล่าง
สรุปว่า
Thermage FLX เหมาะกับคนที่
- มีปัญหาผิวหย่อนชัด แก้มตก เหนียงเยอะ
- ต้องการเห็นผลยกกระชับที่คงทน
- มีงบประมาณค่อนข้างสูง
Oligo X – เจเนอเรชันใหม่จากเกาหลี แม่นยำ ละเอียด เจ็บน้อยกว่า
Oligo X เป็นเทคโนโลยี Monopolar RF (คลื่นความถี่วิทยุขั้วเดียว) รุ่นใหม่จากเกาหลีใต้ พัฒนาโดยต่อยอดจาก Thermage แต่ปรับให้เหมาะกับ “ผิวคนเอเชีย” ที่มักบางกว่า ต้องการความละเอียดของพลังงาน และไม่อยากรู้สึกเจ็บมาก
จุดเด่นของ Oligo X
- มีหัวทิปเฉพาะทาง 2 แบบ คือ
- G-Tip (Gentle Tip) → พลังงานตื้น (Superficial RF) เน้นกระชับรูขุมขน ผิวละเอียด เหมาะกับรอบดวงตาและร่องแก้ม
- X-Tip (Extra Deep Tip) → พลังงานลึก (Deep RF) ลงถึงชั้นไขมัน 3–4.5 mm เพื่อยกกระชับกรอบหน้าและ “ช่วยลดไขมันใต้คาง” ได้ระดับหนึ่ง
- ระบบ IntelliTip™ + Energy Mapping System แสดงค่าพลังงานแบบเรียลไทม์ หมอสามารถปรับได้ละเอียดจุดต่อจุด
- Triple Cooling System (ระบบทำความเย็น 3 ชั้น) ช่วยให้เจ็บน้อยและป้องกันผิวไหม้
หัวทิปหลายขนาด ใช้ได้ทั้งใบหน้า รอบดวงตา และใต้คาง
ผลลัพธ์ที่ได้
- ผิวแน่นขึ้นทันทีบางส่วน และเห็นผลชัดใน 1–3 เดือน
- ผลอยู่ได้นาน 6-9 เดือน
- กระชับรูขุมขน ผิวละเอียดขึ้น
- ช่วยลดเหนียงเล็กน้อย เหมาะกับคนที่มีเนื้อเยอะแต่ไม่หย่อนมาก
สรุปว่า
Oligo X เหมาะกับคนที่
- อายุ 25–45 ปี
- ผิวเริ่มหย่อนเล็กน้อย หรืออยากป้องกันไม่ให้ตก
- ต้องการผิวแน่น กระชับ เจ็บน้อย
- งบประมาณคุ้มค่า ทำได้บ่อยปีละ 1–2 ครั้ง
ตารางเปรียบเทียบ Thermage FLX vs Oligo X
| คุณสมบัติ | Thermage FLX | Oligo X |
| ชนิดพลังงาน | Monopolar RF (คลื่นความถี่วิทยุขั้วเดียว) | Monopolar RF (คลื่นความถี่วิทยุขั้วเดียว) |
| ประเทศต้นกำเนิด | สหรัฐอเมริกา (USA) | เกาหลีใต้ (Korea) |
| หัวทิป | หัวเดียว ครอบคลุมกว้าง | G-Tip (ตื้น) / X-Tip (ลึก) |
| ความลึกสูงสุด | 4.3–4.5 mm (ถึงชั้น SMAS) | 3.0–4.5 mm (เลือกได้) |
| ระบบควบคุมพลังงาน | AccuREP™ | IntelliTip™ + Energy Mapping |
| ระบบทำความเย็น | Dynamic Cooling + Vibration | Triple Cooling System |
| ความรู้สึกขณะทำ | ร้อนลึก เจ็บปานกลาง–มาก ต้องทายาชา | อุ่น ๆ เจ็บน้อยกว่า |
| เห็นผลทันที | ✔️ | ✔️ |
| เห็นผลชัดสุดใน | 2–6 เดือน | 1–3 เดือน |
| ระยะเวลาผลลัพธ์ | 10-12 เดือน | 6-9 เดือน |
| ลดไขมัน / เหนียง | เด่นมาก | ทำได้ระดับปานกลาง |
| เหมาะกับผิวประเภท | ผิวหนา ไขมันเยอะ หย่อนชัด | ผิวบาง หรือเริ่มหย่อนเล็กน้อย |
| ทำรอบดวงตา | ต้องใช้หัวเฉพาะ | ทำได้ด้วย G-Tip |
| ราคาประมาณ | สูงกว่า | ยืดหยุ่นกว่า |
| มาตรฐานรับรอง | US FDA | KFDA |
หมอแบงค์แนะนำอย่างไร?
จากประสบการณ์ของหมอที่ดูแลเคสยกกระชับมาหลายร้อยเคส
หมอมองว่า Thermage FLX และ Oligo X ไม่ได้ทับกัน แต่ “เสริมกัน” ได้ครับ
ถ้าอยากยกกระชับโครงสร้างลึกของหน้า เน้นให้กระชับอยู่ได้นาน → เลือก Thermage FLX
ถ้าอยากเก็บรายละเอียดผิวและรูขุมขน และกระชับผิวในงบที่คุ้มค่า → เลือก Oligo X
บางเคสหมอจะใช้ร่วมกับ Ulthera Prime (คลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัส) เพื่อยกทั้งโครงสร้างและผิวละเอียดในคราวเดียว เรียกว่า Hybrid Lifting Protocol ครับ
สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่เครื่องรุ่นไหน แต่คือ “เทคนิคของแพทย์” ที่เข้าใจโครงสร้างผิวและวางพลังงานได้เหมาะกับชั้นผิวของแต่ละคนครับ
Derma V พร้อมให้บริการแล้ววันนี้ ที่ 22 Square Clinic
เพราะความงามของคุณ สมควรได้รับการดูแลจากบ้านที่เข้าใจผิวของคุณที่สุด
Because your beauty deserves a home
สรุปสั้น ๆ ก่อนตัดสินใจ
ถ้าอยากได้… | หมอแบงค์แนะนำ… |
ยกโครงหน้าแน่น เห็นกรอบชัด | Thermage FLX |
ผิวละเอียด รูขุมขนเล็ก หน้าเนียน | Oligo X |
ลดไขมัน/เหนียงชัด | Thermage FLX |
ลดเหนียงเล็กน้อยแบบเจ็บน้อย | Oligo X |
ทำได้บ่อย งบคุ้มค่า | Oligo X |
เห็นผลยาวนานครั้งเดียว | Thermage FLX |
FAQ: หมอแบงค์ตอบทุกคำถามเรื่อง Oligo X และ Thermage FLX
ทำไมบางคนทำแล้วไม่เห็นผลเท่าคนอื่น?
หลังทำต้องพักหน้าไหม?
ต้องทำบ่อยแค่ไหน?
● Oligo X ทุก 6-9 เดือน
บางเคสอาจทำเฉพาะจุด (เช่น รอบตา) ทุก 6 เดือนเพื่อคงผลลัพธ์ครับ
เครื่องไหนเจ็บกว่ากัน?
● Oligo X รู้สึก “อุ่น ๆ” เจ็บน้อย เพราะมี Triple Cooling System
ทำ Oligo X และ Thermage FLX ร่วมกันได้ไหม?
ทำร่วมกับฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์ได้ไหม?
ทำแล้วผิวบางไหม?
คนเหนียงเยอะ Oligo X เอาอยู่ไหม?
มีอาการข้างเคียงไหม?
หลังทำควรดูแลอย่างไร?
● ทาครีมบำรุงที่ช่วยสร้างคอลลาเจน (Peptide, Ceramide, Hyaluronic Acid)
● หลีกเลี่ยงซาวน่าและแสงแดดจัด 48 ชั่วโมงแรก
● ทากันแดดเป็นประจำทุกวัน
หมอสรุปทิ้งท้าย
Thermage FLX เหมาะกับคนที่ต้องการยกกระชับลึก เห็นโครงหน้าเฟิร์มชัดและอยู่ได้นาน ส่วน Oligo X จะเหมาะกับคนที่อยากให้ผิวแน่นละเอียดขึ้น เจ็บน้อยกว่า และทำซ้ำได้สบาย ๆ ในงบคุ้มค่า
สิ่งสำคัญที่สุดคือ “การประเมินโดยแพทย์ที่เข้าใจชั้นผิว” และ “เทคนิคการวางพลังงาน” เพราะแม้จะเป็นเครื่องเดียวกัน แต่ถ้าใช้ไม่ถูกชั้นผิว ผลลัพธ์ก็แตกต่างกันได้มากครับ ที่ 22 Square Clinic หมอและทีมแพทย์จะช่วยเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะกับคุณที่สุด เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ เหมือนผิวได้รับการยกกระชับจากข้างในจริง ๆ



















