หมอแบงค์เล่าเคสจริง: หน้า “หมอจิ๊บ” ใช้แค่ 3 cc ก็สวยละมุนได้
สวัสดีครับ หมอแบงค์นะครับ
บทความนี้ผมอยากเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย จาก เคสจริงของหมอจิ๊บ ที่หลายคนได้เห็นทั้งจากภาพ Before–After และคลิปวิดีโอแล้วว่า
“ทำไมหน้าแบบนี้ ใช้ฟิลเลอร์แค่ 3 cc แต่ผลลัพธ์กลับดูละมุน สดขึ้น และเป็นธรรมชาติมาก”
เพราะคำถามที่ผมเจอแทบทุกวันคือ
“หมอคะ / หมอครับ หน้าแบบนี้ต้องใช้กี่ cc?”
ซึ่งผมอยากบอกตรงนี้เลยว่า
👉 ฟิลเลอร์ที่สวย ไม่ได้วัดกันที่ปริมาณ แต่วัดกันที่ ‘ตำแหน่ง’ และ ‘หลักการคิด’
มองจากรูป… ปัญหาของหมอจิ๊บคืออะไร?
ถ้ามองจากรูปก่อนทำของหมอจิ๊บ หลายคนอาจรู้สึกว่า
- หน้าไม่ได้หย่อนมาก
- ไม่ได้มีร่องลึกชัดเจน
- ไม่ได้ดูโทรมแบบชัดเจน
แต่ในมุมแพทย์ผิวหนัง เราจะเห็นสิ่งที่เรียกว่า
Early volume loss + loss of support
พูดง่าย ๆ คือ
- โครงสร้างบางจุดเริ่มยุบ
- เส้นเอ็น (ligament) ที่ทำหน้าที่พยุงผิว เริ่มเสียแรงค้ำ
- ทำให้ผิวดูแบน เหนื่อย และขาดมิติ
แม้ยังไม่ถึงขั้น “หน้าแก่” ชัดเจน
👉 นี่คือจุดที่หลายคนเข้าใจผิด
เพราะถ้ารอให้ร่องลึกจริง ๆ แล้วค่อยแก้
ปริมาณฟิลเลอร์ที่ต้องใช้จะมากกว่านี้หลายเท่า
ทำไมเคสนี้ “ไม่จำเป็นต้องใช้ฟิลเลอร์เยอะ”
ในเคสของหมอจิ๊บ ผมไม่ได้ตั้งโจทย์ว่า
“วันนี้จะใช้กี่ cc ดี”
แต่ตั้งโจทย์ว่า
“จะวางฟิลเลอร์ตรงไหน เพื่อให้หน้าโดยรวมดูดีขึ้นมากที่สุด โดยใช้ปริมาณน้อยที่สุด”
หลักคิดสำคัญคือ
👉 เติมที่จุดค้ำยัน (Structural support)
ไม่ใช่เติมไล่ตามร่องอย่างเดียว
หลักการที่ใช้ในเคสนี้: เติมที่จุดพยุง ligament
ใบหน้าของเรามีเส้นเอ็นและโครงสร้างที่ทำหน้าที่เหมือน
“เสาค้ำ” และ “คาน” ของบ้าน
เมื่ออายุมากขึ้น
- กระดูกยุบ
- ไขมันชั้นลึกหาย
- เส้นเอ็นที่เคยดึงผิวไว้ เริ่มหย่อน
ถ้าเราไปเติมเฉพาะผิวตื้น
- ร่องอาจตื้นจริง
- แต่หน้าอาจดูบวม หนัก หรือไม่ละมุน
แต่ถ้าเรา เลือกเติมในจุดที่ค้ำ ligament ที่สำคัญ
ฟิลเลอร์จะทำหน้าที่
- พยุงผิวจากด้านใน
- กระจายแรงยก
- ทำให้ร่องตื้นขึ้นเอง โดยไม่ต้องฉีดตรงร่องเยอะ
3 cc ของหมอจิ๊บ ถูกใช้ไปที่ไหนบ้าง?
(อธิบายในเชิงแนวคิด ไม่ใช่สูตรตายตัว)
- Midface / จุดพยุงแก้มชั้นลึก
เพื่อคืน support ให้ผิวด้านบน - จุดเชื่อมต่อที่ช่วยพยุงร่องแก้มจากด้านบน
ไม่ได้อัดฟิลเลอร์เข้าไปในร่องโดยตรง - ปรับสมดุลซ้าย–ขวาเล็กน้อย
เพื่อให้หน้าโดยรวมดูละมุน
ผลคือ
- หน้าเต็มขึ้นแบบไม่บวม
- ร่องดูตื้นขึ้น
- ผิวดูยก สด และมีมิติ ทั้งที่ใช้ ฟิลเลอร์รวมเพียง 3 cc เท่านั้น
Filler
แล้วจริง ๆ ฟิลเลอร์ควรใช้ “มากหรือน้อย” ขึ้นกับอะไร?
ผมสรุปให้เข้าใจง่ายเป็น 4 ข้อครับ
1. โครงสร้างหน้าเดิม
- หน้าเล็ก / โครงสร้างบาง → ใช้ cc น้อย เห็นผลไว
- หน้าใหญ่ / โครงสร้างหนา → อาจต้องใช้มากขึ้น
2. อายุและระดับ volume loss
- อายุยังน้อย แต่เริ่มยุบ → ใช้น้อยแต่เติมถูกจุด
- อายุเยอะ volume หายหลายชั้น → ต้องวางแผนเป็น step
3. ตำแหน่งที่เติม
- เติมใน ชั้นลึกที่เป็น structural point → ใช้น้อย แต่ impact สูง
- เติมผิวตื้นหรือไล่ร่อง → ใช้เยอะกว่า และต้องระวังเรื่องบวม
4. เป้าหมายของคนไข้
- อยากดูสดขึ้น ธรรมชาติ
- หรืออยากเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดมาก
เป้าหมายต่างกัน ปริมาณก็ย่อมต่างกัน
สรุปจากหมอแบงค์
เคสของหมอจิ๊บเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า
ฟิลเลอร์ไม่จำเป็นต้องใช้เยอะ ถึงจะสวย
แต่ต้อง
- เลือกตำแหน่งให้ถูก
- เข้าใจโครงสร้างใบหน้า
- และรู้ว่า “ควรพยุงตรงไหน” มากกว่าการ “เติมให้เต็ม”
✨ ฟิลเลอร์ที่ดี
ไม่ใช่ฟิลเลอร์ที่ทำให้คนรู้ว่าไปฉีดมา
แต่คือฟิลเลอร์ที่ทำให้คนทักว่า
“ช่วงนี้ดูดีขึ้นนะ ดูสดขึ้น”
และในบางเคส…








